ข่าวประชาสัมพันธ์
ตามที่กรมชลประทานได้มีการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยกำหนดแผนการระบายน้ำจากเขื่อนหลัก 4 แห่ง ตั้งแต่ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 จำนวนรวมทั้งสิ้น 4,500 ล้านลูกบาศก์เมตร และวางแผนเพาะปลูกข้าวนาปี 8.08 ล้านไร่ ข้อมูล ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ปริมาณน้ำใช้การได้ รวม 6,069 ล้านลูกบาศก์เมตร ผลการจัดสรรน้ำ 4,775 ล้านลูกบาศก์เมตร เพาะปลูกแล้ว 7.41 ล้านไร่ เก็บเกี่ยวแล้ว 0.05 ล้านไร่
เนื่องจากสภาพอากาศมีความแปรปรวน ส่งผลให้ระยะนี้มีปริมาณน้ำท่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลปรากฏการณ์เอนโซที่อยู่ในสภาวะเอลนีโญ่ในปัจจุปัน หากเกษตรกรเพาะปลูกข้าวนาปีต่อเนื่อง อาจจะส่งผลกระทบต่อการวางแผนจัดสรรน้ำทำให้มีโปริมาณน้ำต้นทุนไม่เพียงพอสำหรับการอุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศ และกิจกรรมอื่นๆ รวมถึงการสำรองน้ำสำหรับต้นฤดูฝนในฤดูกาลถัดไป ประกอบกับตามสถิติ ช่วงกลางเดือนกันยายนถงกลางเดือนตุลาคมเป็น ช่วงที่ลุ่มนำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำหลากสูงสุดของปีอาจทำให้เกิดน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มได้ อาจทำให้มีฝนตกหนักจาก อิทธิพลของร่องมรสุมและพายุหมุนเขตร้อนซึ่งอาจเกิดน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มได้
ดังนั้น หากเกษตรกรปลูกข้าวนาปีต่อเนื่องภายหลังจากการเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 ต้นข้าวจะอยู่ในระยะกล้าถึงระยะแตกกอและตั้งท้องในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม 2569 ซึ่งตรงกับช่วงที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำหลากสูงสุดของปีและเป็นระยะที่ต้นข้าวตั้งท้อง ออกรวง ไม่ทนต่อสภาพน้ำท่วมขัง ประกอบ กับในช่วงเวลาดังกล่าวระดับน้ำในลำน้ำสายหลักจะสูงกว่าระดับพื้นที่เพาะปลูก ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำออกได้ตามศักยภาพและเพิ่มความเสียงต่อพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจด้านท้ายน้ำ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายทางผลผลิตทางการเกษตรที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากน้ำหลากในช่วงฤดูฝนนี้ และให้มีปริมาณน้ำต้นทุนเพียงพอสำหรับการ อุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศ และกิจกรรมอื่นๆ รวมถึงการสำรองน้ำสำหรับต้นฤดูฝนถัดไปโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ จึงขอความอนุเคราะห์หน่วยงานของท่านประชาสัมพันธ์เกษตรกรในพื้นที่ไม่เพาะปลูกข้าวนาปีต่อเนื่องหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมต่อไป